• :: รวมเว็บไซต์ » วัดไทยในอเมริกา » วัดมหาธาตุเจติยาราม
    วัดมหาธาตุเจติยาราม

    รายละเอียดเพิ่มเติม
     
     
    ๑) ประวัติและความเป็นมา

    เดิมทีเมืองเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริด้า มีคนไทยมาอาศัยตั้งหลักปักฐานบ้างแล้ว และที่สำคัญเป็นเมืองห่างไกลจากวัดวาอารามวิหารลานบุญ เมื่อถึงเทศกาลงานบุญแต่ละครั้ง ต้องใช้เวลาในการเดินทางไกลไปทำบุญตามวัดต่างๆ บ้างก็ไปทำบุญ ที่วัดพุทธรังษี เมืองไมอามี่ บ้างก็ไปทำบุญที่วัดมงคล- รัตนาราม เมืองแทมป้า บ้างก็เดินทางไปทำบุญที่วัดฟลอริด้าธรรมาราม เมืองคิสมี้ บ้างก็ไปทำบุญที่ วัดปุญญวนาราม เมืองเมลเบริน ถึงระยะทางจะห่างไกลเพียงไหนก็ตาม ย่อมไม่เป็นอุปสรรคต่อคณะอุบาสกอุบาสิกาผู้มีความขวานขวายในบุญกุศล

    (พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ กำลังสอนหนังสือที่เมืองเวสต์ปาล์มบีช ปี 1997)

    วัดพุทธรังษี เมืองไมอามี่ ซึ่งในสมัยนั้นมีพระครูศรีพิพัฒนาภรณ์ (สุรเชษฐ์ ปรกโม)[*] ท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ท่านมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มองเห็นความสำคัญด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และวัฒนธรรมไทย จึงได้จัดส่งพระธรรมทูต ที่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาไทย มาเปิดการเรียนการสอนภาษาและวัฒนธรรม ให้กับลูกหลานชาวเมืองเวสต์ปาล์มบีช ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองไมอามี่ โดยการนำของ พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ* พระธรรมทูตรุ่นที่ ๑ ในขณะนั้น ท่านกำลังปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดพุทธรังษี เมืองไมอามี่

    พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ ได้รับความเมตตานุเคราะห์จากท่านเจ้าอาวาส ในการเป็นผู้นำความรู้ทางด้านศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม มาเผยแผ่แก่เยาวชนลูกหลานไทยในเมืองเวสต์ปาล์มบีช โดยมีคณะอุบาสกอุบาสิกาเมืองเวสต์ปาล์มบีชเป็นผู้อุปถัมภ์ จึงเป็นจุดกำเนิดของกลุ่มชนคนไทย โดยอาศัยบารมีแห่งธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นสายใยเรียงร้อยหัวใจของกลุ่มคนชาวไทยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จึงเกิดมีแนวความคิดที่จะสร้างวัดให้เป็นพุทธสถาน ในการเผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นลานทำบุญในเทศกาลต่างๆ อีกด้วย แนวความคิดเหล่านี้ถูกจารึกไว้ในจิตใจของท่านพระมหา ผู้ที่ได้มาสัมผัสกลิ่นอายแห่งบุญกุศลที่ชุมชนนี้ต้องการเป็นอย่างยิ่ง

    เมื่อครบวาระของการปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดพุทธรังษี ท่านพระมหาทูลถวาย จึงได้ออกเดินทางเพื่อศึกษาหาความรู้วิธีและแนวทางในการบริหารจัดการวัดวาอารามตามวัดต่างๆ พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากท่านเจ้าอาวาสหลายวัด และหลายรัฐด้วยกัน ๕ ปีแห่งการเป็นนักแสวงหา และประสบการณ์อันล้ำค่า ภายใต้ของคำว่า “พระธรรมทูต”บวกกับกำลังกาย กำลังใจ และกำลังความคิดที่จะสร้างพุทธสถานลานบูชาธรรมร่วมกับชาวเมืองเวสต์ปาล์มบีช ไม่เคยเลือนลางจางหายไป

    ต่อมาท่านมหาทูลถวาย ได้พบกับท่านพระมหาวิเลิศ ที่รัฐแคลิฟอเนีย จึงได้ปรารภเรื่องการสร้างวัด เนื่องจากว่าท่านมหาวิเลิศมีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการเปิดทำการสร้างวัด จึงได้อาราธนาท่านให้มาช่วยดำเนินการเปิดวัด ที่เมืองเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริด้า ซึ่งท่านก็ยินดีเป็นผู้นำในการเดินทางไปเปิดวัด เพื่อตอบสนองความต้องการของญาติโยมทั้งหลายที่กำลังรอคอย ท่านทั้งสองจึงได้เดินทางมายังที่หมาย นำพาญาติโยมไหว้พระสวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนา ญาติโยมจำนวนหนึ่งเกิด ความชอบใจและหาบ้านเช่าให้ เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมผู้มีจิตศรัทธา พร้อมดำเนินการสร้างวัดสืบต่อไป

    เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๕ (ค.ศ. 2002) พระมหาทูลถวายได้กลับมาที่เมือง West Palm Beach อีกครั้งหนึ่ง และรวบรวมญาติโยมชาวบ้านได้จำนวนหนึ่ง เพื่อดำเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งวัด เดิมทีท่านมีความต้องการที่จะใช้ชื่อ “วัดมหาธาตุเจดีย์”เพราะแรกเริ่มเดิมทีท่านได้พำนัก ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ โดยมีท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ด้วยความว่าเป็นศิษย์วัดมหาธาตุ จึงอยากให้ชื่อวัดมีคำว่ามหาธาตุ และเพื่อความสวยงามทางด้านภาษา จึงตั้งชื่อวัดว่า “มหาธาตุเจติยาราม”โดยมีผู้ลงนามขอจดทะเบียน ในเบื้องต้นจำนวน ๕ ท่านคือ

    ๑. พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ (Thoonthawai Thuaprakhon)

    ๒. คุณสุนทรี สร้อยวัฒนา (Sundaree Sroivattana)

    ๓. คุณซ่ารา ทิบฟัน (Sarah Tipfun)*

    ๔.คุณจอร์น เวสเนฟสกี้ (John Wesnefski)

    ๕. คุณประจวบ สุมนที (Prajuab Sumonthee)

    เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ (ค.ศ. 2004) หลังจากทำบ้านเช่าให้เป็นพุทธสถานได้ ๒ ปี เมื่อมีกำลังคน กำลังความคิด กำลังใจและกำลังปัจจัย จึงได้จัดซื้อที่แห่งใหม่เพื่อใช้ในอุดมการณ์เดิม คือ “สร้างวัด” สถานที่แห่งใหม่นี้มีเนื้อที่ ๒.๕ เอเคอร์ มีบ้านหนึ่งหลัง มี ๔ ห้องนอน ๓ ห้องน้ำ เพียงพอต่อพระธรรมทูตที่อยู่จำพรรษา และปฏิบัติศาสนกิจจำนวน ๔ รูป และมีห้องพระขนาดเล็กที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาในเทศกาลสำคัญต่างๆ ตลอดมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทางวัดได้รับการสนับสนุนจากญาติโยมทั้งหลายทั้งชาวเวสต์ปาล์มบีช และที่อื่น ๆ ด้วยดีมาตลอดจนถึงปัจจุบัน นับได้ว่ามีญาติธรรมมาเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราท่านทั้งหลายให้ความเอาใจใส่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งของตนและของส่วนรวมสืบต่อไป

    นักปราชญ์ท่านกล่าวไว้ว่า“อยู่เพื่อตัวเอง อยู่แค่สิ้นลม อยู่เพื่อสังคม อยู่คู่ฟ้าดิน”การที่ท่านพระมหาทูลถวาย เดินทางมาเพื่อสร้างพุทธสถานแห่งนี้ ก็เพื่อรักษาพระพุทธศาสนา ประเพณีและวัฒนธรรม ไม่ให้เลือนลางจางหายไปจากสังคมคนไทยในต่างแดน เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาวัดวาอารามให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น เคยได้ยินท่านกล่าวเสมอว่า “การที่ผมได้มาเป็นเจ้าอาวาส ณ สถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่ว่าผมจะมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ แต่ว่าเรามารับภาระอันยิ่งใหญ่ต่างหาก”และลำพังผมคนเดียวคงสร้างสถานที่อันล้ำค่าและศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่ได้ เราต้องอาศัยความสามัคคีจากพุทธบริษัททั้งหลาย ทุกอย่างจึงจะสำเร็จและลุล่วงไปด้วยดีตลอดมา

    ๑.๑) ประวัติพระธรรมทูตสายต่างประเทศ

    คณะพระธรรมทูตที่เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดมหาธาตุเจติยาราม เมืองเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริด้า เพื่อทำหน้าที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวพุทธไทยในต่างแดน และชาวต่างชาติที่มีความสนใจใฝ่ในกัลยาณธรรม ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายกว้างไกลมากยิ่งขึ้น

    จากอดีตจนมาถึงปัจจุบัน มีคณะพระธรรมทูตสายต่างประเทศ เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดมหาธาตุเจติยาราม ตามลำดับดังต่อไปนี้

    ๑.๑.๑) ในปี ๒๐๐๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕) เป็นปีแรกของการจัดตั้งวัด พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา ทำวัตร สวดมนต์ และเจริญภาวนา และเมื่อมีการจัดงานทำบุญประจำปี เช่น งานเข้าพรรษา ออกพรรษา และงานกฐิน เป็นต้น ทางวัดมีนโยบายเช่าสวนสาธารณะในการจัดงานแต่ละครั้ง เพื่อรองรับกับคณะญาติธรรมที่เดินทางมาร่วมบุญได้อย่างพอเพียง

    ๑.๑.๒) ในปี ๒๐๐๓-๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๖-๔๗) พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจ

    ๑) พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑ เจ้าอาวาส

    ๒) พระสิทธิชาติ สุภาจาโร พระธรรมทูต รุ่นที่ ๗

    ๑.๑.๓) ในปี ๒๐๐๕ (พ.ศ. ๒๕๔๘) พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจ

    ๑) พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑

    ๒) พระสิทธิชาติ สุภาจาโร พระธรรมทูตรุ่นที่ ๗

    ๓) พระมหาศุภเชษฐ์ สิริมงฺคโล พระธรรมทูต รุ่นที่ ๘

    ๑.๑.๔) ในปี ๒๐๐๖ (พ.ศ. ๒๕๔๙) พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจ

    ๑) พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑

    ๒) พระมหาจันทรพ คุเณสโก พระธรรมทูต รุ่นที่ ๗

    ๑.๑.๕) ในปี ๒๐๐๗ (พ.ศ. ๒๕๕๐) พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจ

    ๑) พระมหาทูลถวาย วชิรญาโณ พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑

    ๒) พระมหาจันทรพ คุเณสโก พระธรรมทูตรุ่นที่ ๗

    ๓) พระองอาจ อมรธมฺโม พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๒

    ๑.๑.๖) ในปี ๒๐๐๘ (พ.ศ. ๒๕๕๑) พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจ

    ๑) พระครูวินัยธรทูลถวาย วชิรญาโณ พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑

    ๒) พระมหาจันทรพ คุเณสโก พระธรรมทูต รุ่นที่ ๗

    ๓) พระใบฎีกาสมัย ฐิตธมฺโม พระธรรมทูต ศตภ.

    ๔) พระองอาจ อมรธมฺโม พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๒

    ๕) พระสายัญ ธมฺมสุนฺทโร พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๔

    ๑.๑.๗) ในปี ๒๐๐๙ (พ.ศ. ๒๕๕๒) พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจ

    ๑) พระครูวินัยธรทูลถวาย วชิรญาโณ พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑

    ๒) พระใบฎีกาสมัย ฐิตธมฺโม พระธรรมทูต ศตภ.

    ๓) พระองอาจ อมรธมฺโม พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๒

    ๔) พระสายัญ ธมฺมสุนฺทโร พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๔

    ๑.๑.๘) ในปี ๒๐๑๐ (พ.ศ. ๒๕๕๓) พระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจ

    ๑) พระครูวินัยธรทูลถวาย วชิรญาโณ พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑

    ๒) พระใบฎีกาสมัย ฐิตธมฺโม พระธรรมทูต ศตภ.

    ๓) พระองอาจ อมรธมฺโม พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๒

    ๔) พระสายัญ ธมฺมสุนฺทโร พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๔

    ๒) ภาคผลงาน

    ทางวัดมหาธาตุเจติยาราม มีโครงการที่สำคัญในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะภาษาไทย ตามวัตถุประสงค์หลักของการก่อตั้งวัด นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยในการทำบุญสร้างกุศลแล้ว ทางวัดยังให้ความสำคัญอีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้

    ๒.๑) ด้านการศึกษา

    ภาพงานมอบประกาศนียบัตร ปี 2009

    ทางวัดมหาธาตุเจติยาราม สนับสนุนในด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทยในต่างแดน และชาวต่างชาติที่มีความในใจ ในด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย จึงมีการจัดตั้งโครงการ “ศูนย์การศึกษา ภาษาและวัฒนธรรมไทย”ขึ้น โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ร่วมกับ วัดมหาธาตุเจติยาราม มองเห็นความสำคัญของภาษาและวัฒนธรรม จึงได้จัดตั้งโครงการนี้ขึ้นมา ในแต่ละปีทางมหาวิทยาลัยได้จัดส่งครูที่มีความรู้ความสามารถ ทางด้านภาษา ดนตรี และวัฒนธรรมไทย เพื่อสะดวกในการถ่ายทอดความรู้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนทางวัดจะช่วยทางด้านค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา ๒ เดือน ในการทำการเรียนการสอน คือ ระหว่างเดือนสิงหาคม – เดือนตุลาคม และจัดมอบ ประกาศนีบัตรให้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักเรียนเมื่อจบหลักสูตร

    ๒.๒) ด้านการเผยแผ่

    ทางวัดมหาธาตุเจติยาราม มีแผนโครงการประจำปีด้านการเผยแผ่ เพื่อรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย และได้ดำเนินตามแผนโครงการในแต่ละเดือน เพื่อให้คณะญาติธรรมได้มีโอกาสได้ทำบุญสร้างกุศล ทำวัตรสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม และได้ฟังธรรมตามกาลอีกด้วย ทางวัดยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนคนไทยในต่างแดน สร้างความรักความสามัคคีให้เกิดมีในกลุ่มคนไทย เป็นสถานเชื่อมความสัมพันธ์ ติดต่อประสานงานในด้านต่างๆ ได้ดีเป็นอย่างยิ่ง คนไทยถึงจะอยู่ห่างไกลเพียงใดก็ตาม แต่คำว่าวัดกับบ้าน บ้านกับวัด ยังอยู่ในสายเลือดของเราลูกหลานไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง ท่านเหล่านั้นจะอยู่ในเชื้อสายศาสนาใดก็ตาม แต่ความเป็นไทย ประเพณีวัฒนธรรมไทย ยังมั่นคงและถาวรต่อไป

    นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติ ได้เข้ามาสัมผัสอารยธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างเป็นทางการในทุกเย็นวันเสาร์ พระพุทธศาสนาเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่พุทธบริษัทจำเป็นต้องรักษา และประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ ที่ต้องการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติสืบต่อไป

    ปัจจุบันชาวต่างชาติให้ความสนใจพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรรมฐาน (Meditation) ยังเป็นการเปิดโอกาสให้พระธรรมทูตทุกรุ่นที่มาปฏิบัติศาสนากิจ ได้ฝึกและแสดงความสามารถในด้านภาษา ด้วยวิธีการสอนพระพุทธศาสนาให้กับชาวต่างชาติ และยังสนับสนุนให้พระธรรมทูตได้ออกไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อจะได้นำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทำเป็นแผนการสอนในอนาคต เพราะการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงแต่ชาวไทยพุทธเท่านั้น ชาวต่างชาติก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน

    ๒.๓) แผนงานโครงการในอนาคต

    ๒.๓.๑) แผนโครงการสร้าง Patio

    วัดมหาธาตุเจติยาราม ในพื้นที่คิดเป็นบริเวณ ๒.๕ เอเคอร์ มีบ้านหนึ่งหลังที่ใช้เป็นสถานที่ในการทำบุญในเทศกาลต่างๆ และมีพุทธบริษัทและชาวต่างชาติเข้ามาสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิภาวนาเพิ่มมากขึ้น สถานที่ถึงจะดูเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนในเทศกาลต่างๆ แต่ก็เป็นที่พึงพอใจสำหรับทุกคน และทางวัดก็มีนโยบายในการพัฒนาในส่วนที่จำเป็นต้องทำ เช่นสถานที่ทำเป็นโรงหารเล็กเกินไปสำหรับผู้คนที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงต้องวางแผนหาปัจจัยบริจาคเพื่อสมทบทุนจ้างบริษัททำการสร้างขยาย Patioเพื่อให้สถานที่กว้างขวางเพียงพอกับท่านสาธุชนทั้งหลายที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และชาวพุทธทั้งหลายทั้งชาวไทย และต่างชาติก็มีจิตใจดี ต่างก็พยายามขวนขวายร่วมด้วย ช่วยกันคนละเล็กละน้อยตามกำลังศรัทธาแห่งตนที่พอจะหาได้ในโอกาสต่างมิได้ขาดสายเลย น่าชื่นชมจริงๆ สำหรับสาธุชนทุกท่านที่ให้การอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อรักษาวัดวาอารามไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้สืบต่อไป

    ๒.๓.๒) แผนโครงการสร้างพระอุโบสถ

    หลังจากมีแผนการในการพัฒนาด้าน Patio แล้วทาง วัดมหาธาตุเจติยาราม มีโครงการสร้างพระอุโบสถสองชั้น ให้ชื่อว่าโครงการสร้างพระอุโบสถมหาวิหาร พุทธสถานลานบุญ มีสองชั้น คือ ชั้นล่างจะใช้เป็นเหมือนมหาวิหาร เพราะเป็นบริเวณกว้างสามารถใช้เป็นสถานที่จัดงานสร้างบุญกุศลในเทศกาลต่างๆ ได้ จัดเป็นที่สอนหนังสือไทย หรือสอนประเพณีและวัฒนธรรมไทยได้ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าเป็นศาลาเอนกประสงค์ที่ใช้เป็นสถานลานบุญรองรับคณะญาติโยมที่มาร่วมทำบุญสร้างกุศลในบุญประเพณีอื่นอีกได้ ส่วนชั้นบนใช้เป็น สถานที่ทำ กิจกรรมของคณะพระสงฆ์ ส่วนระยะเวลาที่ จะใช้ ในการก่อสร้างประมาณ ๕ ปี



    [*]พระราชาคณะชั้น พระศิริธรรมนิเทศ / ปัจจุบัน

    *พระครูวินัยธรทูลถวาย วชิรญาโณ / ปัจจุบัน

    *ปัจจุบัน คุณซาร่า ทิพฟัน เดินทางไปอยู่ต่างรัฐ และทางวัดมีนโยบายเปลี่ยนกรรมการทุก ๒ ปี ตามใบ Law เพื่อทดแทนคนเก่าที่หมดวาระลง.

    เยี่ยมชมเว็บไซต์